วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

อาเซียน


 กำเนิดอาเซียน อาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพ (The Bangkok Declaration) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 โดยสมาชิกผู้ก่อตั้งมี 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ซึ่งผู้แทนทั้ง  5 ประเทศ ประกอบด้วย นายอาดัม  มาลิก (รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย) ตุน อับดุล ราชัก บิน ฮุสเซน (รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติมาเลเซีย) นายนาซิโซ  รามอส (รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์)  นายเอส  ราชารัตนัม (รัฐมนตรีต่างประเทศสิงค์โปร์ และพันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ (รัฐมนตรีต่างประเทศไทย) ในเวลาต่อมาได้มีประเทศต่างๆ เข้าเป็นสมาชิกเพิ่มเติม ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม (เป็นสมาชิกเมื่อ 8 ม.ค. 2527) เวียดนาม (วันที่ 28 ก.ค. 2538)  ลาว พม่า (วันที่ 23 ก.ค. 2540) และ กัมพูชา (วันที่ 30 เม.ย. 2542) ตามลำดับ จากการรับกัมพูชาเข้าเป็นสมาชิก ทำให้อาเซียนมีสมาชิกครบ 10 ประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

วัตถุประสงค์หลักของการก่อตั้งอาเซียน
เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจสังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี และการบริหาร ส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ สัญลักษณ์ของอาเซียน  คือ รูปรวงข้าว สีเหลืองบนพื้นสีแดงล้อมรอบด้วยวงกลมสีขาวและสีน้ำเงิน รวงข้าว 10 ต้น หมายถึง ประเทศสมาชิก 10 ประเทศ สีเหลืองหมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง สีแดง หมายถึง ความกล้าหาญและการมีพลวัติ สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ และสีน้ำเงิน หมายถึง สันติภาพและความมั่นคง
โครงสร้างและกลไกการดำเนินงาน
นโยบายการดำเนินงานของอาเซียนจะเป็นผลจากการประชุมหารือในระดับหัวหน้ารัฐบาล ระดับรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน การประชุมสุดยอดเป็นการประชุมในระดับสูงสุดเพื่อกำหนดแนวนโยบายในภาพรวมและเป็นโอกาสที่ประเทศสมาชิกจะได้ร่วมกันประกาศเป้าหมายและแผนงานของอาเซียนในระยะยาว โดยการจัดทำเอกสารในรูปแบบของแผนปฏิบัติการ (Action Plan) แถลงการณ์ร่วม (Joint Declaration) ปฏิญญา (Declaration) ความตกลง (Agreement) หรืออนุสัญญา (Convention) เช่น Hanoi Declaration, Hanoi Plan of Action และ ASEAN Convention on Counter Terrorism เป็นต้น ส่วนการประชุมในระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่อาวุโสจะเป็นการประชุมเพื่อพิจารณาทั้งนโยบายในภาพรวม และนโยบายเฉพาะด้าน โดยหารือในรายละเอียดมากขึ้น

หน่วยงานที่ทำหน้าที่ประสานงานและติดตามผลการดำเนินงานของอาเซียน
  1. สำนักเลขาธิการอาเซียน หรือ ASEAN Secretariat  ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นศูนย์กลางในการติดต่อระหว่างประเทศสมาชิก โดยมีเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretary-General) เป็นหัวหน้าสำนักงาน ผู้ดำรงตำแหน่งคนปัจจุบันคนไทย คือ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ ซึ่งมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี (ค.ศ. 2008-2012)
  2. สำนักงานอาเซียนแห่งชาติ หรือ ASEAN National Secretariat เป็นหน่วยงานระดับกรมในกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียน  มีหน้าที่ประสานกิจการอาเซียนในประเทศนั้นและติดตามผลการดำเนินงาน สำหรับประเทศไทยหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ


การวางรากฐานของประชาคมอาเซียนด้วยสามเสาหลัก



ในช่วงกว่า 40 ปีที่ผ่านมา อาเซียนได้ประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นบทบาทการสร้างบรรยากาศของสันติภาพและการอยู่ร่วมกันโดยสันติของประเทศในภูมิภาค การช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในกัมพูชา การจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน เป็นต้น

ปัจจุบันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปมากทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ทำให้อาเซียนต้องเผชิญกับความ
ท้าทายใหม่ ๆ มากมาย เช่นโรคระบาด การก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ พิบัติภัยธรรมชาติ เช่น      คลื่นยักษ์สึนามิ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ภาวะโลกร้อน ความเสี่ยงที่อาเซียนอาจจะไม่สามารถแข่งขันทางเศรษฐกิจกับประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะจีนและอินเดีย ซึ่งมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด เป็นต้น อาเซียนจึงต้องปรับตัวเพื่อให้รับมือกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นให้ได้

เมื่อเดือนตุลาคม 2546 ผู้นำอาเซียนได้ร่วมลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน ที่เรียกว่า ข้อตกลงบาหลี 2 เห็นชอบให้จัดตั้งประชาคมอาเซียน คือการให้อาเซียนรวมตัวเป็นชุมชนหรือประชาคมเดียวกันให้สำเร็จภายในปี 2563 แต่ต่อมาได้ตกลงร่นระยะเวลาจัดตั้งให้เสร็จในปี 2558 โดยจะเป็นประชาคมที่ประกอบด้วย 3 เสาหลักซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน คือ
1)
ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน มุ่งให้ประเทศในภูมิภาคอยู่ร่วมกันอย่างสันติ  มีระบบแก้ไขความขัดแย้งระหว่างกันได้ด้วยดี มีเสถียรภาพอย่างรอบด้าน มีกรอบความร่วมมือเพื่อรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงทั้งรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยและมั่นคง
2)
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มุ่งให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ และการอำนวยความสะดวกในการติดต่อค้าขายระหว่างกัน อันจะทำให้ภูมิภาคมีความเจริญมั่งคั่ง และสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่น ๆ ได้ เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนในประเทศอาเซียน
3)
ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เพื่อให้ประชาชนแต่ละประเทศอาเซียนอยู่ร่วมกันภายใต้แนวคิดสังคมที่เอื้ออาทร มีสวัสดิการทางสังคมที่ดี และมีความมั่นคงทางสังคม
       

วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554

มรดกโลก...



ความหมายของมรดกโลก


   
   มรดกทางวัฒนธรรม  (Cultural   heritage) หมายถึง สถานที่ดังต่อไปนี้

 ก. โบราณสถาน   ผลงานทางสถาปัตยกรรมผลงานภาพแกะสลักทางโบราณสถาน  ภาพเขียนส่วนประกอบทางโบราณคดี  รอยจารึกถ้ำ  ที่อยู่อาศัยและการรวมลักษณะต่างๆซึ่งมีคุณค่าอย่างเด่นชัดในด้านประวัติศาสตร์  ศิลปะหรือวิทยาการ
ข. กลุ่มสถานที่ก่อตั้ง  กลุ่มสถานที่ที่แยกหรือเชื่อมต่อกัน  ซึ่งทางสถาปัตยกรรมปรากฏในภูมิทัศน์ว่าคุณค่าอย่างเด่นชัดในด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะหรือวิทยาการ
ค. แหล่งสถานที่สำคัญ  ผลงานฝีมือมนุษย์  หรืผลงานผสมผสานของธรรมชาติและมนุษย์   รวมทั้งพื้นที่ที่เป็นแหล่งทางโบราณคดีซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยา
        กล่าวคือ   แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมนั้นต้องเป็นของแท้แต่ดั้งเดิมและรูปแบบพิเศษทางสถาปัตยกรรม  หรือมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับแนวความคิดหรือความเชื่อที่มีความสำคัญเป็นสากล หรืออาจเป็นตัวอย่างที่เด่นของวิถีชีวิตตามโบราณประเพณีที่เป็นตัวแทนของวัฒนธรรม


      มรดกทางธรรมชาติ  (Natural   Heritage) ต้องเป็นตัวอย่างพิเศษของขั้นตอนการวิวัฒนาการของโลก หรือเป็นตัวแทนของการวิวัฒนาการทางชีวภาพ หรือเป็นที่อยู่ของสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์     หรือเป็นแหล่งทัศนียภาพอันงดงามตระการตาหรือเป็นเขตป่าสงวนสำหรับพันธุ์สัตว์ป่านานาชนิดแยก
เป็นสถานที่ดังต่อไปนี้
ลักษณะทางธรรมชาติ  ซึ่งเป็นธรรมชาติสร้างขึ้นตามสภาพมีคุณค่าเด่นชัดในด้านความงาม
ลักษณะทางธรณีวิทยาและภูมิศาสตร์   ปรากฏเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์และพันธุ์พืชต่างๆ
แหล่งความงามตามธรรมชาติ
     ต่อมาประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ จากสมาชิกภาคีทั้งหมด  ๑๓๘  ประเทศ
และเมื่อปีพ.ศ.๒๕๓๓ ได้มีการจัดทำบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลกเพิ่มขึ้นอีกเพื่อเสนอวันประชุมคณะกรรมการ
บริหารของคณะกรรมการมรดกโลก  จำนวน ๓๒๒ แห่งและได้มีการประชุมขึ้น  ณ  กรุงคาร์เทจ  ประเทศตูนิเซีย  เมื่อวันที่  ๑๓  ธันวาคม   พ.ศ. ๒๕๓๔  พิจารณาประกาศให้แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของไทย  ๓ แห่ง เป็นมรดกโลกคือ
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย- ศรีสัชนาลัย- กำแพงเพชร
อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร- ห้วยขาแข้ง
           ซึ่งต่อมาได้มีการประชุมพิจารณาแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ เพื่อประกาศให้เป็นมรดกโลกอีกครั้ง
 ณ เมืองซานตาเฟ รัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา  และมีมติประกาศให้แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของไทย
เป็นมรดกโลกเพิ่มอีกแห่งคือ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานีในที่สุดประเทศไทย
ได้รับเลือกให้มีมรดกโลกทั้งทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ถึง ๔ แห่ง ด้วยกันคือ
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย – ศรีสัชนาลัย – กำแพงเพชร
อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร- ห้วยขาแข้ง
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง





เหตุใดจึงเกิดมรดกโลก
( The World Heritage)

นับตั้งแต่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ  หรือยูเนสโก   (UNESCO) เสนอการจัดตั้งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของขึ้น   เมื่อ   พ.ศ.๒๕๑๕และในปีต่อมาจึงได้มีมติยอมรับอนุสัญญาฉบับนี้จากการประชุมสมัยสามัญครั้งที่   ๑๗  เมื่อวันที่  ๑๖พฤศจิกายน   พ.ศ. ๒๕๑๖ ของยูเนสโก ณ กรุงปารีส     เพื่อเป็นมาตรการในการป้องกันที่นานาชาติร่วมมือกันแก้ไขวิกฤตการณ์ของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  จนกระทั่ง พ.ศ.๒๕๒๕ยูเนสโกได้แต่งตั้งคณะกรรมการมรดกโลก  เพื่อดูแลให้การปฏิบัติตามอนุสัญญาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตรงตามเป้าหมายวัตถุประสงค์ซึ่งคณะกรรมการทั้ง ๒๑คนนั้นล้วนมาจากประเทศ สมาชิกต่างๆทั่วโลกโดยหน้าที่ของคณะกรรมการมรดกโลกที่ว่านี้ คือการกำหนดลักษณะประเภทมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่ปรากฏอยู่ในประเทศต่างๆทั่วโลก รวมทั้งจัดทำทะเบียนรายชื่อแหล่งโบราณสถานแห่งโบราณคดี และแหล่งธรรมชาติที่มีคุณค่าสมกับยกย่องให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนอกจากนี้ยังพิจารณาเรื่องการใช้ทรัพยากรของกองทุนมรดกโลกให้ประโยชน์แก่ประเทศสมาชิกให้มากที่สุดการที่จะคัดเลือกให้สถานที่ใดเป็นมรดกโลกนั้น ย่อมเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่จะตัดสินว่า  แหล่งทางธรรมชาติหรือวัฒนธรรมใดที่ประเทศภาคีเสนอมา  ควรได้ขึ้นบัญชีมรดกโลก ซึ่งเป็นการยากมากในการตัดสิน เพราะต้องใช้ความรอบคอบ  และพิจารณาว่าอะไรคือคุณค่า และความสำคัญที่ทำให้แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติมีความพิเศษเหนือแหล่งอื่นๆ
แหล่งมรดกโลกของประเทศไทย  มี  5  แห่ง  ที่ขึ้นทะเบียนกับ  คณะกรรมการ  มรดกโลก / UNESCO
1.  อุทยานประวัติศาสตร์      พระนครศรีอยุทธยา
2.  "          "               "      ศรีสัชนาลัย   สุโขทัย
3.  เขตรัษาพันธ์สัตว์ป่า       ห้วยขาแข้ง
4.  แหล่งโบราณคดี             บ้านเชียง   อุดรธานี
5.  ป่าดงพญาเย็น               เขาใหญ่   นครราชสีมา







มรดกโลก

ผลการเลือกตั้ง

ผลการเลือกตั้ง 3 ก.ค. 54   

                          วันที่ 5 กรกฎาคม 2554   สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โดย นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต.  ได้ประกาศผลการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.อย่างเป็นทางการ( 3 กรกฎาคม 2554) โดยการลงคะแนนเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 46,921,682 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 35,203,107 คน หรือร้อยละ 75.03 บัตรเสียจำนวน 1,726,015 บัตร หรือร้อยละ 4.9  บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 958,052 บัตร หรือร้อยละ 2.72  ส่วนการลงคะแนนเลือกตั้งแบบแบ่งเขต มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 46,921,777 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 35,119,885 คน หรือร้อยละ 74.85 บัตรเสีย 2,039,694 บัตรหรือร้อยละ 5.79 และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 1,419,088 บัตร หรือร้อยละ 4.03
1.     พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ส.ส.265 คนจากแบ่งเขต 204 คน บัญชีรายชื่อ 61 คน 
2.     พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ส.ส. 159 คน จากแบ่งเขต 115 คน บัญชีรายชื่อ 44 คน 
3.     พรรคภูมิใจไทย (ภท.)ได้ส.ส.34 คนจากแบ่งเขต 29 คน บัญชีรายชื่อ 5 คน  
4.     พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ได้ส.ส.19 คนจากแบ่งเขต 15 คน บัญชีรายชื่อ 4 คน 
5.     พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน (ชพน.) ได้ส.ส. 7 คนจากแบ่งเขต 5 คน บัญชีรายชื่อ 2 คน
6.     พรรคพลังชล (พช.)ได้ส.ส.7คนจากแบ่งเขต 6 คน บัญชีรายชื่อ 1 คน   
7.     พรรครักประเทศไทย (ร.ป.ท.) ได้ส.ส. 4 คนจากบัญชีรายชื่อ 4 คน
8.     พรรคมาตุภูมิ (มภ) ได้ส.ส.2คนจากแบ่งเขต 1 คน บัญชีรายชื่อ 1 คน
9.     พรรคมหาชน (พมช.)ได้ส.ส. 1 คนจากบัญชีรายชื่อ 1 คน
10.                        พรรคประชาธิปไตยใหม่ (ปธม.) ได้ส.ส.1คนจากบัญชีรายชื่อ 1 คน 
11.                        พรรครักษ์สันติ (รส.)ได้ส.ส.1คนจากบัญชีรายชื่อ 1 คน
รวมได้ สส.บัญชีรายชื่อ 125 คน  สส.แบ่งเขต 375 คน 


  พรรคร่วมรัฐบาลมี 6 พรรค
  เพื่อไทยได้                                                 262 คน
    ชาติไทยพัฒนาได้                                       19  คน
    ชาติพัฒนาแผ่นดินได้                                   9   คน
    พลังชลได้                                                     7   คน
    มหาชนได้                                                     1   คน
    ประชาธิปไตยใหม่ได้                                    1   คน
รวมทั้งสิ้นพรรคร่วมรัฐบาลมีสส.                300     คน


ฝ่ายค้าน
พรรคฝ่ายค้านมี 5 พรรค
      
      2.ประชาธิปปัตย์ได้                    160     คน
      3.
ภูมิใจไทยได้                           34      คน
      4.
รักประเทศไทยได้                    4        คน 
      5.
มาตุภูมิได้                                2       คน
      6.
รักสันติได้                                1       คน
 
รวมฝ่ายค้านทั้งหมด                      200     คน


วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554

รายชื่อพรรคการเมือง2554                                         
หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 125 คน
หมายเลข 2 พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 125 คน
หมายเลข 3 พรรคประชาธิปไตยใหม่ ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 6 คน
หมายเลข 4 พรรคประชากรไทย ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 13 คน
หมายเลข 5 พรรครักประเทศไทย ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 11 คน
หมายเลข 6 พลังชล ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 18 คน
หมายเลข 7 พรรคประชาธรรม ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 25 คน
หมายเลข 8 พรรคดำรงไทย ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 13 คน
หมายเลข 9 พรรคพลังมวลชน ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 8 คน
หมายเลข 10 พรรคประชาธิปัตย์ ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 125 คน
หมายเลข 11 พรรคไทยพอเพียง ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 3 คน
หมายเลข 12 พรรครักษ์สันติ ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 64 คน
หมายเลข 13 พรรคไทยเป็นสุข ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 5 คน
หมายเลข 14 พรรคกิจสังคม ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 125 คน
หมายเลข 15 พรรคไทยเป็นไท ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 10 คน
หมายเลข 16 พรรคภูมิใจไทย ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 125 คน
หมายเลข 17 พรรคแทนคุณแผ่นดิน ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 32 คน
หมายเลข 18 พรรคเพื่อฟ้าดิน ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 1 คน
หมายเลข 19 พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 30 คน
หมายเลข 20 พรรคการเมืองใหม่ ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 24 คน
หมายเลข 21 พรรคชาติไทยพัฒนา ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 125 คน
หมายเลข 22 พรรคเสรีนิยม ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 8 คน
หมายเลข 23 พรรค ชาติสามัคคี ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 9 คน
หมายเลข 24 พรรคบำรุงเมือง ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 14 คน
หมายเลข 25 พรรคกสิกรไทย ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 2 คน และ
หมายเลข 26 พรรคมาตุภูมิ ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 40 คน
หมายเลข 27 พรรคชีวิตที่ดีกว่า ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 4 คน
หมายเลข 28 พรรค พลังสังคมไทย ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 5 คน และ
หมายเลข 29 พรรคเพื่อประชาชนไทย ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 4 คน
หมายเลข 30 พรรคมหาชน ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 6 คน
 
 
 
1
เพื่อไทยพรรคเพื่อไทย
2พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน
3ประชาธิปไตยใหม่พรรคประชาธิปไตยใหม่
4ประชากรไทยพรรคประชากรไทย
5รักประเทศไทยพรรครักประเทศไทย
6
พลังชล
พรรคพลังชล
7ประชาธรรมพรรคประชาธรรม
8ดำรงไทยพรรคดำรงไทย
9พลังมวลชนพรรค พลังมวลชน
10ประชาธิปัตย์พรรคประชาธิปัตย์
11ไทยพอเพียงพรรคไทยพอเพียง
12รักษ์สันติพรรครักษ์สันติ
13ไทยเป็นสุขพรรคไทยเป็นสุข
14กิจสังคมพรรคกิจสังคม
15ไทยเป็นไทพรรคไทยเป็นไทย
16ภูมิใจไทยพรรคภูมิใจไทย
17แทนคุณแผ่นดินพรรคแทนคุณแผ่นดิน
18
เพื่อฟ้าดิน
พรรคเพื่อฟ้าดิน
19
พรรค
เครือข่ายชาวนา
แห่งประเทศไทย
พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย
20การเมืองใหม่พรรคการเมืองใหม่
21ชาติไทยพัฒนาพรรคชาติไทยพัฒนา
22เสรีนิยมพรรคเสรีนิยม
23ชาติสามัคคีพรรคชาติสามัคคี 
24บำรุงเมืองพรรคบำรุงเมือง
25กสิกรไทยพรรคกสิกรไทย
26มาตุภูมิพรรคมาตุภูมิ
27ชีวิตที่ดีกว่าพรรคชีวิตที่ดีกว่า
28พลังสังคมไทยพรรคพลังสังคมไทย
29เพื่อประชาชนไทยพรรคเพื่อประชาชนไทย
30มหาชนรรคมหาชน
31ประชาชนชาวไทยพรรคประชาชนชาวไทย